ตรวจสอบผลกระทบจากคราบของเหลวสีน้ำตาลในแม่น้ำปราณบุรี
วันที่ 27 ธันวาคม 2564
ดร.สุทธิพล เอี่ยมประเสริฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 สั่งการให้หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 8 ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอปราณบุรี และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีผลกระทบจากคราบของเหลวสีน้ำตาลลอยบนผิวน้ำ ในแม่น้ำปราณบุรี หมู่ที่ 6 ตำบลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สรุปรายละเอียด ดังนี้
ข้อเท็จจริง
1. ตรวจสอบแม่น้ำปราณบุรี บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 2 บริเวณศาลเจ้าพ่อกวนอู ซึ่งเป็นจุดเหนือน้ำต่อเนื่องลงพื้นที่ท้ายน้ำบริเวณหมู่ที่ 6 ระยะทางรวมประมาณ 5 กิโลเมตร พบคราบของเหลวสีน้ำตาลลอยบนผิวน้ำ ซึ่งคราบของเหลวนี้จะไหลไปมา ตามน้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละช่วงเวลา จึงตรวจสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้นด้วยเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามพบว่ามีค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) และค่าพี่เอช (pH) สูง
2. ตรวจลักษณะของคราบของเหลวสีน้ำตาล พบว่า ลอยตัวและคงรูปเป็นคราบของเหลวสีน้ำตาลอยู่ในน้ำ ไม่แบ่งชั้นเหมือนน้ำมัน ตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศตรวจไม่พบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)
3. ตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 2 แห่ง ซึ่งใกล้แหล่งน้ำที่พบคราบของเหลวสีน้ำตาล รายละเอียด ดังนี้
(1) โรงงานน้ำตาล ซึ่งอยู่ระหว่างปิดหีบ โดยจะเริ่มการผลิตในวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ตรวจสอบไม่พบการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก โดยมีปริมาณน้ำสะสมในบ่อบำบัดน้ำเสียประมาณร้อยละ 10 ของความจุบ่อ การจัดเก็บกากน้ำตาลมีการจัดเก็บในถังขนาด 7,000 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 3 ถัง ปัจจุบันมีกากน้ำตาลประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตร ไม่พบการรั่วไหลของกากน้ำตาลออกสู่ภายนอก
(2) โรงงานสับปะรด ตรวจสอบมีการเปิดใช้งานระบบบำบัดน้ำเสียตามปกติ และมีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก (แม่น้ำปราณบุรี) จึงเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
1. จากการตรวจสอบไม่พบแหล่งที่มาของคราบของเหลวสีน้ำตาลที่แน่ชัด จึงเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณที่พบคราบของเหลวสีน้ำตาล จำนวน 2 ตัวอย่าง และบริเวณจุดเหนือน้ำที่ไม่พบคราบของเหลวสีน้ำตาล จำนวน 1 ตัวอย่าง ไปตรวจสอบ
2. แจ้งประชาสัมพันธ์ให้หยุดใช้น้ำในช่วงที่พบคราบของเหลวสีน้ำตาล จนกว่าจะทราบสาเหตุที่แน่ชัด
3. ประสานแจ้งชลประทานเพื่อเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำปราณบุรี เพื่อผลักดันคราบของเหลวสีน้ำตาลออกสู่ทะเล
4. จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่า ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) และค่าพีเอช (pH) สูง บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการบูมของสาหร่ายในแหล่งน้ำอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยการเพิ่มขึ้นของปริมาณสารอาหารที่ได้จากแหล่งกำเนิดน้ำเสียจากชุมชน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการปศุสัตว์ในพื้นที่ รวมถึงอุณหภูมิและระดับความเค็มของน้ำที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแพลงตอนพืชต่างๆ ทั้งนี้ ศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลนสิรินาถราชินี ได้นำคราบของเหลวสีน้ำตาล ไปตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ต่อไป

