Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 8

Environment and Pollution Control Office 8

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหากรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารโรงงานของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด

ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหากรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารโรงงานของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด

ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหากรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารโรงงานของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด        

วันที่ 2 สิงหาคม 2565

        นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะ ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบความก้าวหน้าผลการแก้ไขปัญหากรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารโรงงานของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด โดยมีนายพิทยา ปราโมทย์วรพันธ์ุ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (ผอ.ศปก.พล.) นายอุดม เพชรคุต รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย
ดร.สุทธิพล เอี่ยมประเสริฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 8 หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 8 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบและในพื้นที่โรงงาน จากนั้นได้ประชุมรับฟังข้อมูล ณ ห้องประชุมลำภาชี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี สรุปได้ดังนี้                          

         1. ตรวจสอบผลกระทบบริเวณลำห้วยน้ำพุและชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง พบว่าน้ำในลำห้วยมีกลิ่นสารเคมี               

         2. ตรวจสอบบริเวณพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้พบว่าบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด ยังไม่สามารถดำเนินการขนย้ายกากของเสียและสิ่งปนเปื้อนออกไปกำจัดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ตามคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายต่อไป     

         3. สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 8 (ราชบุรี) ได้ประสานงานรวบรวมค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของหน่วยงานรัฐที่ต้องใช้ระงับ ตรวจสอบ แก้ไข ฟื้นฟูเกี่ยวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ จำนวน 1,326,879.63 บาท ซึ่งกรมควบคุมมลพิษจะได้ดำเนินการเรียกร้องจากบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัดต่อไป                 

         4. ให้จังหวัดราชบุรีพิจารณาตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

         5. การป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงระบบนั้น การพิจารณาออกใบอนุญาตควรจะเป็นลักษณะบูรณาการร่วมกันตามกฎหมายทุกฉบับและควรมีการตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานในลักษณะเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ      

         6. ควรให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกมิติ

         7. ควรปรับปรุงกฎหมายให้มีการจัดตั้งกองทุนหรือการประกันความเสียหายกับบุคคลภายนอกหรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม

 

แกลเลอรี่